เช็กก่อนทิ้ง: ขวดพลาสติกแบบไหนรีไซเคิลได้? แบบไหนที่ร้านของเก่าไม่รับซื้อ?

4 ส.ค. 2569

ขวดพลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์ที่พบได้แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลม ขวดนม ขวดแชมพู หรือขวดน้ำยาทำความสะอาด หลายคนจึงเลือกเก็บขวดเหล่านี้ไว้ขายให้ร้านรับซื้อของเก่า เพราะนอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้กลับมามีมูลค่าได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ขวดพลาสติกทุกใบจะขายได้ในราคาเท่ากัน และไม่ใช่ทุกประเภทที่ร้านของเก่าจะรับซื้อ การรีไซเคิลขวดพลาสติกให้ถูกวิธีจึงต้องเริ่มจากการตรวจสอบชนิดของพลาสติก สภาพของขวด และสิ่งที่ปนเปื้อนอยู่ภายในก่อนนำไปขาย

ทำไมต้องแยกขวดพลาสติกก่อนนำไปรีไซเคิล?

พลาสติกแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและกระบวนการหลอมที่แตกต่างกัน หากนำพลาสติกหลายประเภทมาปะปนกัน อาจทำให้การผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลทำได้ยากขึ้น คุณภาพของวัสดุที่ได้ลดลง หรือบางกรณีอาจไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้เลย

ตัวเลขภายในสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมที่อยู่ใต้ขวด เป็นรหัสที่ใช้ระบุประเภทของเม็ดพลาสติก ไม่ได้หมายความว่าบรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นที่มีสัญลักษณ์ดังกล่าวจะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ทันที เพราะยังต้องพิจารณาระบบคัดแยก ความต้องการของตลาด และเงื่อนไขของผู้รับซื้อแต่ละแห่งร่วมด้วย

ดังนั้น ก่อนนำขวดไปขาย ควรพลิกดูใต้บรรจุภัณฑ์ว่ามีหมายเลขหรืออักษรระบุประเภทพลาสติกหรือไม่ เพื่อช่วยให้คัดแยกได้ง่ายและลดการปนเปื้อนในกองวัสดุรีไซเคิล

ขวดพลาสติกแบบไหนที่ร้านของเก่ามักรับซื้อ?

1. ขวดพลาสติก PET หมายเลข 1

PET หรือ Polyethylene Terephthalate เป็นพลาสติกใส น้ำหนักเบา และพบได้มากในขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลม ขวดชา ขวดกาแฟ และขวดน้ำมันพืช พลาสติกประเภทนี้ถือเป็นหนึ่งในวัสดุที่มีตลาดรองรับค่อนข้างกว้างและร้านรับซื้อของเก่ามักรับซื้อ

ขวด PET สีใสหรือสีฟ้าอ่อนมักได้รับความนิยม เพราะสามารถนำไปบด ล้าง และแปรรูปเป็นเกล็ดพลาสติก เส้นใยโพลีเอสเตอร์ บรรจุภัณฑ์ หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดใหม่ได้ ผู้ประกอบการรีไซเคิลในประเทศไทยบางแห่งระบุว่ารับซื้อขวด PET โดยเฉพาะขวดใสและขวดสีฟ้าเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิต

หากต้องการรีไซเคิลขวดพลาสติก PET ให้ขายง่าย ควรเทน้ำออกให้หมด ล้างคราบเครื่องดื่ม ตากให้แห้ง และแยกขวดสีใสออกจากขวดสีอื่นอย่างชัดเจน

2. ขวดพลาสติก HDPE หมายเลข 2

HDPE หรือ High-Density Polyethylene เป็นพลาสติกเนื้อแข็ง เหนียว และมักมีลักษณะขุ่นหรือทึบแสง พบได้ในขวดนม ขวดโยเกิร์ตพร้อมดื่ม ขวดแชมพู ขวดสบู่เหลว ขวดน้ำยาซักผ้า และขวดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

HDPE เป็นอีกหนึ่งประเภทที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ โดยเม็ดพลาสติกรีไซเคิลสามารถนำไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดแชมพู ขวดสบู่ หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดอื่นได้

อย่างไรก็ตาม ขวดที่เคยบรรจุน้ำยาหรือสารเคมีควรล้างให้สะอาด ไม่มีกลิ่นรุนแรง และไม่ควรนำมาปะปนกับขวดเครื่องดื่ม เพราะอาจทำให้พลาสติกทั้งกองเกิดการปนเปื้อน

3. ขวดพลาสติก PP หมายเลข 5

PP หรือ Polypropylene เป็นพลาสติกที่ทนความร้อนได้ดี มักพบในขวดนมบางประเภท ขวดยา ฝาขวด หลอด หรือบรรจุภัณฑ์อาหาร พลาสติก PP สามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่การรับซื้ออาจแตกต่างกันไปตามร้าน ปริมาณ และความต้องการของโรงงานในแต่ละช่วงเวลา

หากมีขวดหรือบรรจุภัณฑ์ PP จำนวนมาก ควรแยกออกจาก PET และ HDPE พร้อมสอบถามร้านรับซื้อก่อนนำไปขาย เพื่อประหยัดเวลาและลดปัญหาการคัดแยกหน้างาน

ขวดพลาสติกแบบไหนที่ร้านของเก่าอาจไม่รับซื้อ?

ขวดที่มีคราบอาหารหรือของเหลวตกค้าง

ขวดชานม ขวดน้ำหวาน ขวดนม หรือขวดซอสที่ยังมีของเหลวและคราบอาหารอยู่ภายใน อาจส่งกลิ่นเหม็น เกิดเชื้อรา และดึงดูดแมลง หากนำไปปะปนกับขวดสะอาด อาจทำให้วัสดุทั้งกองมีคุณภาพลดลง ร้านรับซื้อจึงอาจปฏิเสธหรือรับในราคาต่ำกว่าปกติ

ขวดที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตราย

ขวดที่เคยบรรจุยาฆ่าแมลง น้ำมันเครื่อง สารกัดกร่อน สี หรือสารเคมีอันตราย ไม่ควรนำมารวมกับขวดพลาสติกทั่วไป แม้ตัวขวดอาจผลิตจากพลาสติกที่รีไซเคิลได้ แต่สารตกค้างภายในอาจเป็นอันตรายต่อผู้คัดแยกและปนเปื้อนในกระบวนการผลิต

ขวดประเภทนี้ควรส่งไปยังจุดรับขยะอันตรายหรือสอบถามหน่วยงานที่รับกำจัดโดยเฉพาะ ไม่ควรล้างสารเคมีลงในท่อระบายน้ำ

ขวดพลาสติกหลายชั้นหรือวัสดุผสม

บรรจุภัณฑ์บางชนิดผลิตจากพลาสติกหลายประเภทซ้อนกัน หรือมีการผสมวัสดุอื่นเพื่อป้องกันแสง อากาศ และความชื้น แม้บรรจุภัณฑ์จะมีลักษณะคล้ายขวดพลาสติกทั่วไป แต่การแยกชั้นวัสดุทำได้ยาก ร้านของเก่าบางแห่งจึงไม่รับซื้อ

ขวด PVC หมายเลข 3 และพลาสติก Other หมายเลข 7

PVC และพลาสติกในกลุ่ม Other อาจพบในขวดสารเคมี ขวดยา บรรจุภัณฑ์เฉพาะทาง หรือพลาสติกที่ผลิตจากวัสดุหลายชนิด พลาสติกเหล่านี้ต้องใช้ระบบจัดการเฉพาะและไม่ได้มีตลาดรับซื้อทั่วไปเหมือน PET หรือ HDPE

สำหรับพลาสติกหมายเลข 7 ควรแยกออกจากพลาสติกทั่วไปและส่งให้ศูนย์ที่รับวัสดุเฉพาะทาง

ขวดที่ไหม้ กรอบ หรือเสื่อมสภาพมาก

ขวดพลาสติกที่ถูกความร้อนจนละลาย มีรอยไหม้ กรอบแตก หรือปนเปื้อนดิน โคลน และน้ำมันอย่างรุนแรง อาจไม่เหมาะกับการนำกลับมาแปรรูป ร้านรับซื้อจึงอาจไม่รับหรือประเมินราคาในระดับต่ำ

เตรียมขวดพลาสติกอย่างไรก่อนนำไปขาย?

ขั้นตอนแรกคือเทของเหลวออกให้หมด จากนั้นล้างคราบอาหาร น้ำหวาน หรือผลิตภัณฑ์ที่ติดอยู่ภายใน แล้วคว่ำตากให้แห้งเพื่อลดกลิ่นและความชื้น

ควรแยกขวดตามประเภท เช่น PET ใส PET สี HDPE และ PP รวมถึงแยกฝาขวด ฉลาก หรือห่วงพลาสติกออกตามเงื่อนไขของร้านรับซื้อ เพราะส่วนประกอบเหล่านี้อาจผลิตจากพลาสติกคนละชนิดกับตัวขวด

การคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง ล้างให้สะอาด และจัดเก็บในภาชนะที่แห้ง จะช่วยรักษาคุณภาพของวัสดุและเพิ่มโอกาสขายได้ราคาดีขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่วงษ์พาณิชย์ สาขาสีหบุรานุกิจ 9 แนะนำสำหรับการจัดการวัสดุรีไซเคิล

สรุปได้ว่า ขวดพลาสติกที่มีโอกาสขายและเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ง่าย ได้แก่ ขวด PET หมายเลข 1 และขวด HDPE หมายเลข 2 โดยเฉพาะขวดที่สะอาด แห้ง และแยกประเภทมาเรียบร้อย ส่วนขวด PP หมายเลข 5 อาจสามารถขายได้เช่นกัน แต่ควรสอบถามเงื่อนไขจากร้านก่อน

ขวดที่มีคราบอาหาร สารเคมีอันตราย ผลิตจากวัสดุหลายชั้น หรือไม่สามารถระบุประเภทพลาสติกได้ อาจถูกปฏิเสธการรับซื้อ เนื่องจากมีต้นทุนในการคัดแยกสูงและเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ทั้งนี้ ประเภทและราคารับซื้อสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพวัสดุ ปริมาณ และความต้องการของตลาด จึงควรติดต่อสอบถามร้านรับซื้อก่อนนำขวดจำนวนมากเข้าไปขาย

มาเริ่มต้นรีไซเคิลอย่างมืออาชีพได้ที่วงษ์พาณิชย์ สาขาสีหบุรานุกิจ 9 เขตมีนบุรี คลิกเลย