เช็กก่อนทิ้ง! 10 ของใกล้ตัวที่คนเข้าใจผิดคิดว่ารีไซเคิลได้ แต่ความจริงคือไม่ได้
5 ต.ค. 2569

ทุกวันนี้หลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับการ คัดแยกขยะ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแยกขวดพลาสติก กระป๋องอะลูมิเนียม กระดาษ หรือขวดแก้วออกจากขยะทั่วไป เพื่อนำวัสดุที่ยังมีประโยชน์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล
แต่ปัญหาคือ ของบางอย่างดูเผิน ๆ เหมือนจะรีไซเคิลได้ เพราะทำจากกระดาษ พลาสติก หรือวัสดุที่เราคุ้นเคย แต่เมื่อมีวัสดุหลายชนิดประกอบกัน มีสารเคลือบ หรือมีคราบอาหารปนเปื้อน ก็อาจไม่สามารถเข้าสู่ระบบรีไซเคิลทั่วไปได้ทันที
ลองมาเช็กกันว่า 10 ของที่รีไซเคิลไม่ได้ หรือมักไม่ถูกรับในระบบรีไซเคิลทั่วไป มีอะไรใกล้ตัวเราบ้าง จะได้แยกขยะถูกตั้งแต่ต้นทาง
1. กระดาษทิชชูใช้แล้ว
เห็นว่าเป็น “กระดาษ” อย่าเพิ่งโยนลงถังรีไซเคิล เพราะกระดาษทิชชู โดยเฉพาะทิชชูที่ผ่านการใช้งานแล้ว มักมีคราบอาหาร น้ำมัน หรือสิ่งสกปรกปนเปื้อน และเส้นใยของกระดาษทิชชูก็ค่อนข้างสั้นจนไม่เหมาะกับการนำกลับไปผลิตเป็นกระดาษใหม่ในระบบรีไซเคิลทั่วไป
ดังนั้น กระดาษทิชชูใช้แล้วจึงควรแยกออกจากกระดาษรีไซเคิลและจัดการตามระบบขยะของพื้นที่
2. กล่องพิซซ่าที่เปื้อนน้ำมันและเศษอาหาร
กล่องพิซซ่าทำจากกระดาษลูกฟูก ซึ่งโดยพื้นฐานสามารถรีไซเคิลได้ แต่ปัญหาอยู่ที่คราบชีส ซอส และน้ำมันจากอาหารที่ซึมลงไปในเนื้อกระดาษ
หากกล่องมีส่วนที่สะอาดและไม่มีคราบอาหาร สามารถฉีกแยกส่วนนั้นออกเพื่อนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลที่รองรับได้ ส่วนบริเวณที่เปื้อนมากควรแยกออก เพราะคราบอาหารสามารถรบกวนกระบวนการผลิตกระดาษรีไซเคิลได้
3. แก้วกระดาษเคลือบพลาสติก
แก้วกาแฟหรือแก้วเครื่องดื่มแบบกระดาษอาจทำให้หลายคนคิดว่า “ทำจากกระดาษ ก็ต้องรีไซเคิลได้สิ”
แต่แก้วประเภทนี้มักมีชั้นพลาสติกบาง ๆ เคลือบด้านในเพื่อป้องกันการรั่วซึม ทำให้ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลร่วมกับกระดาษทั่วไปได้ง่าย ๆ เพราะต้องผ่านกระบวนการแยกวัสดุออกจากกัน
บางพื้นที่หรือโรงงานอาจมีระบบเฉพาะที่รองรับแก้วกระดาษ ดังนั้นควรตรวจสอบจุดรับก่อนทิ้งลงถังรีไซเคิล
4. ใบเสร็จกระดาษความร้อน
ใบเสร็จจากร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร หรือเครื่องชำระเงินจำนวนมากผลิตจาก กระดาษความร้อน (Thermal Paper) ซึ่งมีสารเคลือบบนผิวกระดาษเพื่อให้เกิดตัวอักษรเมื่อได้รับความร้อน
ด้วยองค์ประกอบที่แตกต่างจากกระดาษทั่วไป ใบเสร็จประเภทนี้จึงไม่ควรนำไปปะปนกับกระดาษรีไซเคิล เว้นแต่ระบบรับรีไซเคิลในพื้นที่ระบุว่าสามารถรับได้
5. ซองขนมและถุงบรรจุภัณฑ์หลายชั้น
ซองมันฝรั่งทอด ซองกาแฟ ซองอาหาร หรือบรรจุภัณฑ์บางประเภทอาจดูเหมือนพลาสติกธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมักประกอบขึ้นจากวัสดุหลายชั้น เช่น พลาสติกหลายชนิดหรือพลาสติกผสมฟิล์มโลหะ เพื่อช่วยป้องกันความชื้น อากาศ และแสง
วัสดุหลายชั้นเหล่านี้แยกออกจากกันได้ยาก จึงมักไม่ถูกรับในระบบรีไซเคิลพลาสติกทั่วไป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอาจมีโครงการหรือจุดรับเฉพาะสำหรับบรรจุภัณฑ์บางประเภท จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อนนำไปส่ง
6. หลอดพลาสติก
แม้หลอดบางชนิดจะทำจากพลาสติก แต่ด้วยขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบา ทำให้ระบบคัดแยกขยะหลายแห่งจัดการได้ยาก และอาจหลุดออกจากกระบวนการคัดแยกก่อนเข้าสู่การรีไซเคิล
วิธีลดขยะประเภทนี้ที่ง่ายที่สุดจึงเป็นการลดการใช้ตั้งแต่ต้นทาง เช่น ไม่รับหลอดเมื่อไม่จำเป็น หรือเลือกใช้ทางเลือกแบบใช้ซ้ำได้
7. ถุงพลาสติกและฟิล์มพลาสติกบาง
ถุงหูหิ้ว ถุงพลาสติกบาง ฟิล์มห่อสินค้า หรือพลาสติกยืด เป็นอีกกลุ่มที่สร้างความสับสน เพราะแม้วัสดุบางประเภทจะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ในระบบเฉพาะ แต่ระบบรีไซเคิลทั่วไปหลายแห่งไม่ได้รับร่วมกับพลาสติกแข็ง
นอกจากนี้ ฟิล์มพลาสติกยังสามารถพันติดเครื่องจักรในระบบคัดแยกได้ จึงควรรวบรวมและส่งไปยังจุดรับพลาสติกประเภทฟิล์มโดยเฉพาะ หากมีบริการในพื้นที่
8. กระจกเงาและกระจกหน้าต่าง
“ขวดแก้วรีไซเคิลได้ งั้นกระจกก็น่าจะได้เหมือนกัน” เป็นอีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อ กระจกเงา กระจกหน้าต่าง แก้วทนความร้อน หรือเครื่องแก้วบางชนิดมีองค์ประกอบและคุณสมบัติแตกต่างจากแก้วบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดเครื่องดื่ม การนำมาปะปนกันอาจสร้างปัญหาในกระบวนการหลอมแก้ว
หากต้องการทิ้งกระจกแตก ควรห่อหรือบรรจุให้ปลอดภัยเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ และตรวจสอบแนวทางการทิ้งของพื้นที่
9. ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
ผ้าอ้อมสำเร็จรูปประกอบด้วยวัสดุหลายประเภท ทั้งพลาสติก เส้นใย และวัสดุดูดซับ อีกทั้งหลังใช้งานยังมีสิ่งปฏิกูลปนเปื้อน จึงไม่สามารถนำไปทิ้งรวมกับขยะรีไซเคิลทั่วไปได้
ก่อนทิ้งควรม้วนหรือห่อให้มิดชิด แยกจากวัสดุรีไซเคิล และปฏิบัติตามแนวทางจัดการขยะของพื้นที่
10. ภาชนะที่ยังมีเศษอาหารหรือของเหลวอยู่
ขวดพลาสติก กล่องอาหาร หรือบรรจุภัณฑ์บางชนิดอาจผลิตจากวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ แต่ถ้ายังมีอาหาร เครื่องดื่ม หรือคราบสกปรกจำนวนมากติดอยู่ ก็อาจกลายเป็นวัสดุที่ไม่เหมาะกับการเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล
ก่อนแยกขยะจึงควรเทอาหารและของเหลวออก และทำให้ภาชนะสะอาดตามความเหมาะสม เพื่อลดการปนเปื้อนกับวัสดุรีไซเคิลชิ้นอื่น ๆ
ทำไมการ “ทิ้งของที่รีไซเคิลไม่ได้” ลงถังรีไซเคิลถึงเป็นปัญหา?
หลายคนอาจคิดว่า ถ้าไม่แน่ใจ ก็ทิ้งลงถังรีไซเคิลไว้ก่อน เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ค่อยแยกอีกที แต่พฤติกรรมนี้อาจทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Wishcycling หรือการนำของลงถังรีไซเคิลเพียงเพราะ “หวังว่า” มันจะรีไซเคิลได้
เมื่อมีวัสดุที่ไม่เหมาะสมหรือมีสิ่งปนเปื้อนเข้าไปมาก กระบวนการคัดแยกจะยุ่งยากขึ้น และวัสดุรีไซเคิลอื่น ๆ ก็อาจได้รับผลกระทบไปด้วย
ดังนั้น หลักง่าย ๆ คือ “ไม่แน่ใจ ให้เช็กก่อนทิ้ง” โดยดูสัญลักษณ์บนบรรจุภัณฑ์ และตรวจสอบว่าระบบหรือจุดรับขยะในพื้นที่รองรับวัสดุชนิดนั้นหรือไม่
รีไซเคิลให้ถูก เริ่มจากการแยกให้เป็น
การรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ได้หมายความว่าเราต้องพยายามนำทุกอย่างไปรีไซเคิล เพราะของบางประเภทอาจรีไซเคิลไม่ได้ในระบบทั่วไป หรือจำเป็นต้องส่งไปยังจุดรับเฉพาะ
สิ่งสำคัญกว่าคือการรู้ว่า อะไรรีไซเคิลได้ อะไรรีไซเคิลไม่ได้ และควรส่งไปที่ไหน
ครั้งหน้าก่อนทิ้งทิชชู แก้วกาแฟ ซองขนม ถุงพลาสติก หรือกล่องอาหาร ลองใช้เวลาอีกไม่กี่วินาทีเพื่อเช็กประเภทวัสดุและแยกให้ถูกต้อง เพราะการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง ไม่เพียงช่วยลดภาระของระบบจัดการขยะ แต่ยังช่วยให้วัสดุที่มีโอกาสถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เข้าสู่กระบวนการที่เหมาะสมจริง ๆ
มาเริ่มต้นรีไซเคิลอย่างมืออาชีพได้ที่วงษ์พาณิชย์ สาขาสีหบุรานุกิจ 9 เขตมีนบุรี คลิกเลย