เช็กลิสต์ 10 ขยะกำพร้าในบ้าน มีอะไรบ้าง ทิ้งอย่างไรให้ถูกวิธี

4 พ.ย. 2569

เคยไหม? ตั้งใจเก็บขยะรีไซเคิลไว้ขายหรือส่งต่อ แต่พอถึงเวลาจริงกลับพบว่าของบางอย่างไม่มีใครรับซื้อ ไม่ว่าจะเป็นซองขนม หลอดพลาสติก แปรงสีฟันเก่า หรือถุงพลาสติกเปื้อนอาหาร ทั้งที่หลายชิ้นมีส่วนประกอบเป็นพลาสติกหรือวัสดุที่ดูเหมือนจะนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้

ขยะเหล่านี้มักถูกเรียกว่า “ขยะกำพร้า” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาการจัดการขยะที่หลายคนอาจมองข้าม เพราะแม้จะมีความตั้งใจคัดแยกขยะอย่างดี แต่หากไม่มีระบบรองรับ ขยะเหล่านี้ก็อาจลงเอยที่หลุมฝังกลบหรือกระบวนการกำจัดอื่น ๆ

วันนี้เราจะพาไปรู้จัก 10 ขยะกำพร้าใกล้ตัว พร้อมวิธีจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อให้การคัดแยกขยะที่บ้านช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง

ขยะกำพร้าคืออะไร? ทำไมถึงไม่มีใครรับซื้อ

ขยะกำพร้า (Orphan Waste) เป็นคำที่ใช้เรียกขยะซึ่งไม่มีช่องทางรับซื้อหรือรีไซเคิลที่เข้าถึงได้ง่ายในระบบจัดการขยะทั่วไป อาจเกิดจากวัสดุมีมูลค่าต่ำ คัดแยกยาก มีหลายชนิดผสมกัน หรือมีต้นทุนในการจัดการสูงกว่ามูลค่าที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้

อย่างไรก็ตาม ขยะกำพร้าไม่ได้หมายความว่าขยะทุกชิ้นจะรีไซเคิลไม่ได้เสมอไป เพราะบางประเภทสามารถนำไปแปรรูปหรือใช้ประโยชน์ได้ผ่านระบบจัดการเฉพาะทาง เพียงแต่ไม่ใช่วัสดุที่ร้านรับซื้อของเก่าทั่วไปรับซื้อ

เช็กลิสต์ 10 ขยะกำพร้าในบ้าน มีอะไรบ้าง?

1. ซองขนมและซองอาหารหลายชั้น

ซองมันฝรั่งทอด ซองกาแฟสำเร็จรูป และซองขนมต่าง ๆ มักผลิตจากพลาสติกหลายชั้นหรือวัสดุผสม เพื่อป้องกันความชื้นและรักษาคุณภาพอาหาร ทำให้แยกวัสดุออกจากกันได้ยาก

วิธีจัดการ: เทเศษอาหารออก ทำความสะอาดและผึ่งให้แห้งตามเงื่อนไขของจุดรับ ก่อนส่งไปยังโครงการที่รับบรรจุภัณฑ์หลายชั้นโดยเฉพาะ

2. หลอดพลาสติกใช้แล้ว

หลอดพลาสติกมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา แม้บางชนิดจะผลิตจากพลาสติกที่รีไซเคิลได้ แต่ระบบคัดแยกทั่วไปมักจัดการได้ยาก จึงไม่ค่อยมีร้านรับซื้อ

วิธีจัดการ: ลดการใช้หลอดที่ไม่จำเป็น และรวบรวมหลอดที่สะอาดส่งให้โครงการที่รับวัสดุประเภทนี้ หากไม่มีจุดรับควรทิ้งตามระบบขยะทั่วไปของพื้นที่

3. แปรงสีฟันเก่า

แปรงสีฟันประกอบด้วยวัสดุหลายชนิด เช่น ด้ามพลาสติก ขนแปรงไนลอน และส่วนประกอบยาง ทำให้ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลร่วมกับพลาสติกทั่วไปได้ง่าย

วิธีจัดการ: ตรวจสอบโครงการรับคืนแปรงสีฟันหรือผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากโดยเฉพาะ หากไม่มีช่องทางรับคืน ควรจัดการเป็นขยะทั่วไป

4. ถุงพลาสติกเปื้อนอาหาร

ถุงแกง ถุงน้ำจิ้ม หรือถุงพลาสติกที่มีคราบน้ำมันและเศษอาหารมักไม่เป็นที่ต้องการของร้านรับซื้อของเก่า เพราะต้องเสียเวลาและต้นทุนในการทำความสะอาด

วิธีจัดการ: หากเป็นพลาสติกที่จุดรับรองรับ สามารถเทเศษอาหารออก ล้างและผึ่งให้แห้งก่อนส่งรีไซเคิล แต่ถ้าสกปรกมากจนไม่เหมาะกับการทำความสะอาด ควรแยกเป็นขยะทั่วไป

5. ฟองน้ำล้างจาน

ฟองน้ำล้างจานทั่วไปมักทำจากโฟมพลาสติก เช่น โพลียูรีเทน ซึ่งมีโครงสร้างพรุนและอาจมีคราบอาหารหรือสารทำความสะอาดสะสม ทำให้ไม่เหมาะกับระบบรีไซเคิลทั่วไป

วิธีจัดการ: ใช้ให้คุ้มค่าโดยคำนึงถึงสุขอนามัย เมื่อเสื่อมสภาพให้ทิ้งเป็นขยะทั่วไป และพิจารณาเลือกอุปกรณ์ล้างจานที่ทนทานหรือมีระบบจัดการหลังใช้งาน

6. เทปกาวและสติกเกอร์ใช้แล้ว

เทปกาวและสติกเกอร์มักประกอบด้วยฟิล์มพลาสติก กระดาษ และชั้นกาวที่ติดแน่น ทำให้แยกวัสดุได้ยาก โดยเฉพาะชิ้นเล็ก ๆ ที่ผ่านการใช้งานแล้ว

วิธีจัดการ: ลอกเทปกาวและสติกเกอร์ออกจากกล่องกระดาษให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ก่อนส่งรีไซเคิล ส่วนเทปกาวที่ลอกออกให้จัดการเป็นขยะทั่วไป เว้นแต่มีจุดรับเฉพาะ

7. ปากกาและปากกาเมจิกหมดแล้ว

ปากกาหนึ่งด้ามอาจมีทั้งพลาสติก โลหะ หมึก และวัสดุอื่น ๆ ประกอบกัน ทำให้การแยกชิ้นส่วนเพื่อรีไซเคิลมีต้นทุนสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าของวัสดุ

วิธีจัดการ: เลือกใช้ปากกาแบบเปลี่ยนไส้ได้เพื่อลดขยะ และรวบรวมปากกาที่หมดแล้วส่งให้โครงการรับคืนเครื่องเขียน หากไม่มีจุดรับให้ทิ้งตามระบบขยะทั่วไป

8. ถุงขนมสัตว์เลี้ยงและซองอาหารสัตว์

บรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์จำนวนมากผลิตจากวัสดุหลายชั้นเพื่อป้องกันอากาศและความชื้น คล้ายกับซองขนมของคน จึงเป็นวัสดุที่ร้านรับซื้อทั่วไปมักไม่รับ

วิธีจัดการ: เทเศษอาหารออกและตรวจสอบประเภทบรรจุภัณฑ์ หากเป็นวัสดุหลายชั้นให้ค้นหาโครงการรับคืนเฉพาะทาง โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเรื่องความสะอาดของจุดรับ

9. แผ่น CD/DVD เก่า

แผ่น CD/DVD ประกอบด้วยพลาสติกโพลีคาร์บอเนตและชั้นเคลือบโลหะ แม้สามารถนำวัสดุบางส่วนกลับมาใช้ประโยชน์ได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ระบบรีไซเคิลทั่วไปทุกแห่งรองรับ

วิธีจัดการ: แยกแผ่นออกจากกล่องและกระดาษปก ตรวจสอบจุดรับวัสดุเฉพาะทาง และหากแผ่นมีข้อมูลส่วนตัวควรทำลายข้อมูลอย่างปลอดภัยก่อนส่งต่อ

10. หน้ากากอนามัยใช้แล้ว

หน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวมักประกอบด้วยเส้นใยพลาสติกหลายชั้น ลวดดัดจมูก และสายคล้องหู อีกทั้งอาจมีสิ่งปนเปื้อนจากการใช้งาน จึงไม่เหมาะกับการทิ้งรวมกับขยะรีไซเคิล

วิธีจัดการ: ทิ้งในถุงที่ปิดมิดชิดตามแนวทางจัดการขยะของพื้นที่ หากเป็นหน้ากากที่ใช้ในสถานพยาบาลหรือปนเปื้อนสารอันตราย ต้องจัดการตามระบบขยะเฉพาะที่เกี่ยวข้อง

ขยะกำพร้าควรทิ้งที่ไหน? จัดการอย่างไรให้ถูกวิธี

เมื่อรู้แล้วว่าขยะกำพร้ามีอะไรบ้าง ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกวิธีจัดการให้เหมาะกับวัสดุแต่ละประเภท โดยเริ่มจากการตรวจสอบว่ามีจุดรับเฉพาะทางหรือไม่

ปัจจุบันมีโครงการด้านสิ่งแวดล้อมบางแห่งที่รับขยะกำพร้าบางประเภทเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ เช่น การแปรรูปวัสดุหรือการใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในกระบวนการอุตสาหกรรมที่มีระบบควบคุมมลพิษ ทั้งนี้ การนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงไม่ใช่การรีไซเคิลวัสดุ และไม่ใช่ขยะทุกประเภทที่เหมาะกับวิธีดังกล่าว

ก่อนส่งขยะควรตรวจสอบรายการวัสดุที่รับ เงื่อนไขความสะอาด และช่องทางจัดส่งให้ชัดเจน ไม่ควรนำขยะไปเผาเองหรือทิ้งปะปนกับขยะรีไซเคิลโดยไม่ตรวจสอบ

ลดขยะกำพร้าตั้งแต่ต้นทาง ทางออกที่ยั่งยืนกว่า

แม้การคัดแยกขยะจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การลดปริมาณขยะตั้งแต่ก่อนซื้อก็ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

ลองเริ่มจากการเลือกสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์น้อยลง พกถุงผ้าและแก้วน้ำส่วนตัว เลือกของใช้ที่เติมหรือเปลี่ยนอะไหล่ได้ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ใช้ครั้งเดียวเมื่อไม่จำเป็น

เพราะยิ่งเราลดการสร้างขยะที่จัดการยากได้มากเท่าไร ภาระของระบบจัดการขยะก็ยิ่งลดลงเท่านั้น

สรุป: ขยะกำพร้าไม่ใช่ขยะไร้ค่า แต่ต้องส่งต่อให้ถูกทาง

ขยะกำพร้า อาจเป็นของใช้เล็ก ๆ ที่เราพบเห็นทุกวัน แต่เมื่อรวมกันเป็นจำนวนมากก็กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ไม่ควรมองข้าม

สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าขยะประเภทไหนสามารถรีไซเคิลได้ ขยะประเภทไหนต้องส่งไปยังระบบจัดการเฉพาะ และขยะประเภทไหนควรลดการใช้ตั้งแต่ต้นทาง

ครั้งหน้าที่กำลังจะทิ้งซองขนม แปรงสีฟัน หรือปากกาเก่า ลองเช็กอีกครั้งว่ามีช่องทางจัดการที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะการแยกขยะอย่างถูกวิธีตั้งแต่ในบ้าน คือจุดเริ่มต้นของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

หากใครกำลังกำลังมองหาที่ระบายของที่ไม่ใช้แล้วในบ้าน สามารถติดต่อวงษ์พาณิชย์ สีหบุรานุกิจ 9 มีนบุรี ได้เลยค่ะ